การฆ่าเชื้อโรคด้วยระบบเกลือ

Emuax

Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start writing!

ระบบเกลือเป็นระบบการฆ่าเชื้อโรคที่ปลอดภัยมาก เป็นระบบที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในต่างประเทศและกำลังถูกนำมาใช้แทนคลอรีน ซึ่งมีการใช้กันมากกว่า 90 % ในสระว่ายน้ำในประเทศไทย ทั้งที่การใช้คลอรีนนั้นมีผลเสียมากกว่าการใช้ระบบน้ำเกลือ ดังนั้นเราจึงต้องการศึกษาระบบเกลือกันอย่างจริงจัง เพื่อให้รู้และเข้าใจระบบเกลืออย่างถ่องแท้

ความหมายของระบบเกลือ
ระบบฆ่าเชื้อโรคด้วยระบบเกลือเป็นระบบที่สร้างคลอรีนจากเกลือ โดยการผ่านกระแสไฟฟ้าลงไปในสารละลายเกลือที่เรียกว่า “Electrolysis” โดยการผ่านกระแสไฟฟ้าจากขั้วหนึ่งไปยังอีกขั้วหนึ่ง เพื่อที่จะสลายพันธะของเกลือและทำการสร้างคลอรีน (โซเดียมไฮโปรคลอไรด์)เพื่อใช้ในการฆ่าเชื้อโรคในสระว่ายน้ำ ระบบเกลือนี้เป็นระบบการฆ่าเชื้อโรคที่ปลอดภัยต่อผู้ที่มาใช้สระว่ายน้ำ โดยการเติมเกลือลงในสระว่ายน้ำโดยตรงตอนที่ปิดสระ และมีข้อดีมากกว่าการใช้คลอรีนหลายอย่างดังจะกล่าวรายละเอียดต่อไป

กระบวนการทำงานของระบบเกลือ
ระบบเกลือนั้นมีขั้นตอนอยู่ 3 ขั้นตอนดังต่อไปนี้
1.ขั้นตอนการเติมเกลือ (Salt Addition) เมื่อใส่เกลือในสระว่ายน้ำ ซึ่งอาจจะใส่ในสระโดยตรงหรือใส่ในถังน้ำสำรอง (Sureg Tank) แล้วโมเลกุลของน้ำเกลือก็จะแตกตัวกลายเป็นไออนของโซเดียม(Na+) และคลอรีน(Cl-) และละลายอยู่ในโมเลกุลของน้ำ ตามสมการที่ 
1.
NaCl    +     H2O          →     Na+     +     Cl-     +     H2O    (1)

2. ขั้นตอนผลิตคลอรีน(Chlorine Production) หลังจากที่ไอออนของโซเดียม(Na+) และ
คลอรีน(Cl-)แตกตัวในน้ำมากพอ (ประมาณ 2,500-4,000 PPM) ไอออนทั้งสองก็จะทำ
ปฏิกิริยากับโมเลกุลของน้ำ โดยจะมีการปล่อยกระแสไฟฟ้าผ่านเซลล์ของระบบเกลือ
(Salt Calorinator Cell)ที่เรียกว่า “Electrolysis”เพื่อเป็นการเร่งปฏิกิริยาทำให้เกิดเป็นก๊าซคลอรีน (Cl2) ก๊าซไฮโดรเจน (H2) และโซเดียมไฮดรอกไซด์(NaOH)ดังสมการที่2ต่อจากนั้น ก๊าซคลอรีน (Cl2) ก็จะทำปฏิกิริยากับโซเดียมไฮดรอกไซด์(NaOH)เกิดเป็นสารประกอบคลอรีนที่มีชื่อว่า “โซเดียมไฮโปรคลอไรต์(NaOCI)” ซึ่งเป็นสารฆ่าเชื้อโรคชนิดหนึ่งมีค่า pH ประมาณ 11 และมีส่วนประกอบคลอรีน ประมาณ 10-12 % รวมทั้งเกิดกลายเป็นเกลือเหมือนเดิม ตามสมการที่ 3NaCl    +     H2O           →    Cl2     +     H2     +     2NaOH         (2)Cl2       +     2NaOH      →     NaOCl     +     NaCl     +     H2O   (3)จากสมการพบว่า เมื่อเกิดเป็นโซเดียมไฮโปรคลอไรต์ (NaOCl) แล้ว จะมีเกลือเกิดขึ้น ซึ่งไม่เป็นพิษเหมือนการใช้คลอรีน ซึ่งอาจจะมีสารก่อมะเร็งอยู่ก็เป็นได้3.ขั้นตอนการฆ่าเชื้อโรค (Disinfection) เมื่อได้สารประกอบคลอรีนชนิดนี้แล้ว มันก็ทำการฆ่าเชื้อโรค ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกสารอินทรีย์ที่มีธาตุคาร์บอนเป็นส่วนประกอบแล้วก็จะเกิดปฏิกิริยากลายเป็นเกลือ (NaCl)และก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์(CO2)  ดังสมการที่ 3สารประกอบคาร์บอน     +     NaOCl     →    CO2     +     NaCl      (3)นอกจากนี้โซเดียมไฮโปรคลอไรต์ยังเกิดปฏิกิริยากับน้ำกลายเป็นกรดไฮโปรคลอรัส(HOCl) ซึ่งเป็นสารที่ใช้ฆ่าเชื้อโรคต่างๆ เช่น แบคทีเรีย ไวรัส สาหร่าย เป็นต้น ดังแสดงในสมการที่ 4NaOCl    +     H2O           →   HOCl     +     NaOH                           (4)และในบางครั้ง ในสภาวะที่เหมาะสม ยังสามารถแตกตัวเป็นไฮโปรคลอไรต์ไอออน (OCl) ซึ่งก็เป็นตัวที่ใช้ในการฆ่าเชื้อโรคเช่นเดียวกันกับกรดไฮโปรคลอรัส (HOCl) เพียงแต่จะมีประสิทธิภาพในการฆ่าที่ด้อยกว่ากรดไฮโปรคลอรัส ดังที่แสดงในสมการที่ 5HOCl     →     OCl     +     H+                   (5) สระว่ายน้ำที่สร้างขึ้นช่วงหลังๆ พบว่ามีการใช้ระบบเกลือในการฆ่าเชื้อโรคมากขึ้น ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากข้อเสียของระบบการฆ่าเชื้อโรคแบบเดิมซึ่งใช้คลอรีน ที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังและกลิ่นซึ่งบางคนไม่ชอบ วันนี้เลยขอหยิบยกเรื่องการฆ่าเชื้อโรคด้วยระบบเกลือมาฝากกันระบบเกลือจะใช้เครื่องผลิตคลอรีนอัตโนมัติจากเกลือ (Salt Water Chlorinator) ระบบนี้จะใช้เกลือในการฆ่าเชื้อโรคแทนคลอรีน โดยอาศัยวิธีทางไฟฟ้า ที่เรียกว่า Electrolysis ทำหน้าที่ในการแยก Cl จากเกลือ เนื่องจากในเกลือมีคลอรีนผสมอยู่ คือ NaClการใช้งานเราต้องใส่เกลือ NaCl ลงไปในสระว่ายน้ำ ให้มีความเข้มข้นอยู่ระหว่าง 3,000-3,500 ppm. และให้น้ำเกลือผสมอยู่ไหลผ่าน Electrolytic Cell ซึ่งจะทำหน้าที่แยกคลอรีนโดยกระแสไฟฟ้าออกมา คลอรีนที่ได้มีประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อโรคเหมือนกับการใช้คลอรีนใส่ลงไปในสระว่ายน้ำข้อดีของระบบเกลือ1. ประหยัดค่าสารเคมี เนื่องจากราคาเกลือมีราคาถูกกว่าคลอรีน2. ประหยัดค่าแรงงานในการดูแลรักษา เนื่องจากไม่ต้องเติมเกลือบ่อยเหมือนคลอรีน3. การใช้งานง่าย สะดวก เพราะเป็นระบบอัตโนมัติ4. ติดตั้งอุปกรณ์ง่าย สามารถใช้กับสระว่ายน้ำที่มีอยู่แล้วได้

ข้อจำกัดของระบบเกลือ
1. ราคาค่าอุปกรณ์มีราคาสูง
2. น้ำมีรสชาติเป็นน้ำกร่อย
3. อาจต้องถ่ายน้ำทิ้งบ่อยถ้ามีความเข้มข้นของเกลือสูง 

ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย
1.อุณหภูมิ สามารถแบ่งแบคทีเรียได้ 3 ประเภท ตามความแตกต่างของอุณหภูมิ- Psychrophiles สามารถเจริญได้ดีในอุณหภูมิ 0 ๐C หรือต่ำกว่า- Mesophiles เจริญได้ดีใน
อุณหภูมิ 25 ๐C – 40 ๐C- Thermophiles เจริญได้ในอุณหภูมิ 45 ๐C – 60 ๐C2. ความต้องการออกซิเจน สามารถแบ่งแบคทีเรียตามความต้องการออกซิเจนในการเจริญเติบโตออกเป็น- แอโรบิคแบคทีเรีย (aerobic bacteria) คือพวกที่เจริญได้ในบรรยากาศที่มีออกซิเจน- แอนแอโรบิคแบคทีเรีย (anaerobic bacteria) คือ พวกที่เจริญได้ในบรรยากาศที่ไม่มีออกซิเจน- แฟคัลเททีฟ แอนแอโรบิคแบคทีเรีย (Facultative anaerobic bacteria) คือพวกที่เจริญได้ทั้งในบรรยากาศที่มีออกซิเจน และไม่มีออกซิเจน- ไมโครแอโรฟิลิค แบคทีเรีย (microaerophilic bacteria) เจริญในบรรยากาศที่มีออกซิเจนเพียงเล็กน้อย3. สภาพความเป็นกรด-ด่าง แบคทีเรียส่วนมากเจริญได้ดีในช่วงของ pH 6.5-7.5 พวกราหรือยีสต์ทนต่อกรดได้ดีกว่า คือประมาณ pH 54. ความชื้น แบคทีเรียส่วนใหญ่ต้องการความชื้น การใช้อาหารในรูปของสารละลาย (Solution) แบคทีเรียบางอย่างทนต่อความแห้งแล้งได้ดี เช่น Tubercle bacilli และ Staphylococcus aureus. พวกที่มีสปอร์ก็ทนต่อความแห้งแล้งได้ดี5. แสงสว่าง แบคทีเรียทั่วไปไม่ต้องการแสงในการเจริญเติบโต ยกเว้นแบคทีเรียพวกที่สังเคราะห์แสงได้เท่านั้นที่ต้องการแสงในการเจริญเติบโต6. เสียงความถี่ของเสียงสูง ๆ ทำให้เซลล์ของแบคทีเรียแตกได้

One thought on “การฆ่าเชื้อโรคด้วยระบบเกลือ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *